ร้านที่ขายผ่านเพจ Facebook เมื่อแชทเริ่มเยอะจนตอบไม่ทัน คำถามแรกที่เจ้าของร้านมักเจอคือ ควร จ้างแอดมินตอบแชท เพิ่มอีกคน หรือลองใช้ แชทบอทแทนแอดมิน ดี หลายคนมองเป็นโจทย์เลือกข้างเดียว คือคนหรือบอท แต่ในทางปฏิบัติคำตอบที่เวิร์กกับร้านส่วนใหญ่มักอยู่ตรงกลาง เพราะงานตอบแชทไม่ได้มีหน้าตาเดียว บางช่วงต้องการความไวและความสม่ำเสมอ บางช่วงต้องการวิจารณญาณของคน บทความนี้ไม่ได้จะบอกว่าบอทมาแทนคน แต่จะช่วยให้คุณแยกให้ออกว่างานไหนเหมาะกับใคร ต้นทุนที่มองไม่เห็นของแต่ละแบบคืออะไร และร้านขนาดไหนควรเริ่มจากตรงไหน
ก่อนตัดสินใจ: ตอบแชทไม่ทัน ปัญหาจริงอยู่ที่ตรงไหน
อาการ ร้านค้าออนไลน์ ตอบแชทไม่ทัน ดูเหมือนปัญหาเดียว แต่ต้นเหตุมีได้หลายแบบ และแต่ละแบบแก้ด้วยวิธีต่างกัน ลองไล่ดูว่าร้านคุณเป็นแบบไหนก่อนจะเปิดรับสมัครคนหรือสมัครระบบอะไร
- แชทเข้าเป็นช่วง ยิงแอดหรือโพสต์ติดแล้วลูกค้าทักพร้อมกันเป็นระลอก ช่วงที่เหลือของวันเงียบ ถ้าเป็นแบบนี้ การจ้างคนเพิ่มทั้งวันอาจไม่คุ้ม เพราะคนว่างในช่วงที่ไม่มีแชท
- แชทเข้าตลอดเวลา รวมถึงกลางคืนและวันหยุด ลูกค้าออนไลน์ดูของตอนดึกบ่อย ถ้าไม่มีใครตอบ ลูกค้าอาจไปถามร้านอื่นที่ตอบก่อน
- คำถามซ้ำเดิมเป็นส่วนใหญ่ ราคาเท่าไหร่ ส่งกี่วัน มีสีอะไร โอนแล้วส่งเมื่อไหร่ ถ้าคำถามส่วนใหญ่เป็นแบบนี้ แปลว่ามีงานที่ทำซ้ำได้เยอะ
- คำถามยาก ต้องใช้วิจารณญาณ ต่อรองราคา ขอส่วนลดพิเศษ ลูกค้าไม่พอใจ ของเสียหาย ถ้างานส่วนใหญ่เป็นแบบนี้ ต้องมีคนที่ตัดสินใจแทนร้านได้
- ตอบทันแต่ปิดการขายหลุด ลืมขอที่อยู่ ลืมสรุปยอด ลืมตามลูกค้าที่เงียบ ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องความเร็วอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องความสม่ำเสมอของขั้นตอน
ถ้าอยากเข้าใจผลของการตอบช้าต่อยอดขายแบบละเอียด อ่านต่อได้ที่ แอดมินตอบช้า ทำให้เสียยอดขายยังไง
แอดมินที่เป็นคน เก่งอะไรที่บอทยังแทนไม่ได้
ก่อนพูดถึงบอท ต้องยอมรับตรงๆ ว่ามีงานหลายอย่างที่คนทำได้ดีกว่า และร้านที่คิดจะตัดคนออกหมดมักเจอปัญหาตามมา
- การต่อรองและการตัดสินใจเฉพาะหน้า ลูกค้าบางรายขอซื้อจำนวนมาก ขอราคาพิเศษ หรือขอเงื่อนไขที่ร้านไม่เคยตั้งไว้ คนที่เข้าใจกำไรและนโยบายของร้านตัดสินใจได้ทันทีว่ารับหรือไม่รับ บอทของเรายืนราคาตามที่ร้านตั้ง ไม่ลดมั่ว ซึ่งปลอดภัยต่อกำไร แต่ก็แปลว่าเรื่องต่อรองต้องมีคนตัดสินใจ
- การรับมือลูกค้าที่ไม่พอใจ คำขอโทษที่จริงใจ การอ่านอารมณ์จากน้ำเสียง และการเสนอทางออกที่เหมาะกับสถานการณ์ เป็นงานที่ความเข้าใจความรู้สึกมีน้ำหนักมาก ลูกค้าที่โกรธมักอยากคุยกับคน
- เรื่องนอกตำรา สินค้าเสียหายระหว่างขนส่ง ลูกค้าส่งรูปมาแล้วต้องดูประกอบ ลูกค้าถามเรื่องที่ร้านไม่เคยเจอ คนสามารถไปถามคลัง ถามขนส่ง แล้วกลับมาตอบได้
- การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าประจำ ร้านที่ลูกค้าซื้อซ้ำ มักมีคนที่จำลูกค้าได้ ทักทายเป็นกันเอง และแนะนำสินค้าให้ตรงใจ
- การเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ของร้าน เมื่อมีสินค้าใหม่หรือโปรใหม่ คนที่อยู่กับร้านนานจะปรับตัวได้เร็ว และช่วยแจ้งกลับว่าลูกค้าถามอะไรบ่อยจนควรปรับสินค้าหรือคำโฆษณา
แชทบอท เก่งอะไรที่คนทำได้ยาก
ในอีกด้าน มีงานที่ความสามารถของคนไม่ใช่ปัญหา แต่ข้อจำกัดคือเวลา ความเหนื่อย และความสม่ำเสมอ ตรงนี้เป็นจุดที่ แชทบอท facebook ได้เปรียบ
- ตอบแชท 24 ชั่วโมง บอทไม่หลับ ไม่ลาป่วย ไม่หยุดวันนักขัตฤกษ์ ลูกค้าที่ทักตอนตีสองหรือวันหยุดยาวได้คำตอบแรกทันที ไม่ต้องรอถึงเช้า
- ตอบแรกทันที ลูกค้ากดมาจากโฆษณาตอนกำลังสนใจ ถ้าได้คำตอบเร็ว โอกาสที่จะคุยต่อสูงกว่าปล่อยให้รอ และถ้าบอทรู้ว่าลูกค้ากดมาจากโฆษณาตัวไหน ก็ตอบตรงสินค้านั้นได้เลยโดยไม่ต้องถามกลับว่าสนใจตัวไหน
- ตอบราคาเหมือนกันทุกครั้ง ราคา ยอดรวม และค่าส่งของน้องขยันคำนวณด้วยโปรแกรมจากข้อมูลที่ร้านตั้งไว้ ถ้าข้อความที่มีราคาไม่ตรงกับระบบ ข้อความนั้นจะไม่ถูกส่ง ไม่มีวันที่แอดมินจำราคาผิดหรือบวกเลขพลาดตอนยุ่ง และบอทไม่แต่งเลขบัญชีโอนเงินขึ้นมาเอง
- ไม่ลืมขอข้อมูลสั่งซื้อ เมื่อลูกค้าตกลงซื้อ บอทขอชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร คำนวณยอด แล้วบันทึกออเดอร์ให้ ที่อยู่ไม่ครบก็ติดสถานะให้แอดมินเห็น และกันออเดอร์ซ้ำ เรื่องนี้ละเอียดอยู่ในบทความ แชทบอทสร้างออเดอร์อัตโนมัติบน Facebook
- ตามลูกค้าที่เงียบหายอย่างสุภาพ ระบบทักตามอัตโนมัติไม่เกิน 2–3 ครั้ง เว้นช่วงหลายชั่วโมง ไม่กดดัน ไม่ส่งซ้ำรัว และแยกคนที่สั่งแล้วรอของออกจากคนที่ยังไม่ตัดสินใจ
- ส่งรูป วิดีโอ รีวิวสินค้าในแชทเอง ไม่ต้องให้แอดมินไล่หาไฟล์ทุกครั้งที่มีคนถาม
สิ่งที่ต้องบอกตรงๆ คือบอทที่ดีไม่ควรฝืนตอบทุกเรื่อง น้องขยันใช้ AI ที่เข้าใจบริบท ลูกค้าถามกำกวมก็เข้าใจว่าหมายถึงสินค้าไหน ถ้าไม่ชัวร์ก็ถามกลับ และถ้าไม่มีข้อมูลก็ไม่เดา แต่เก็บคำถามนั้นไว้ให้ร้านมาเติมคำตอบทีหลัง ส่วนเรื่องที่เกินขอบเขต เช่น ลูกค้าทักมาเคลม ระบบแยกออกจากออเดอร์ใหม่ เพื่อให้คนเข้ามาดูแล
ต้นทุนที่มองไม่เห็นของแต่ละแบบ
ต้นทุนแอดมินเพจ ไม่ได้มีแค่ค่าจ้างรายเดือน ส่วนบอทก็ไม่ได้มีแค่ค่าบริการ การเทียบกันแบบแฟร์ต้องมองต้นทุนแฝงของทั้งสองฝั่ง
ต้นทุนแฝงของการจ้างแอดมิน
- ค่าจ้างรายเดือนที่จ่ายทุกเดือน จ่ายเท่าเดิมไม่ว่าเดือนนั้นแชทจะเยอะหรือน้อย และถ้าอยากครอบคลุมกลางคืนหรือวันหยุด ต้องจ้างเพิ่มเป็นกะ
- เวลาฝึกงาน คนใหม่ต้องเรียนรู้สินค้า ราคา โปร นโยบายส่งคืน และน้ำเสียงของร้าน ระหว่างนั้นเจ้าของร้านต้องเสียเวลาสอนและตรวจงาน
- การลาออก เมื่อคนลาออก ความรู้ที่อยู่ในหัวเขาก็หายไปด้วย ต้องเริ่มสอนคนใหม่อีกรอบ
- ความผิดพลาดจากความเหนื่อยและความเร่งรีบ วันที่แชทเข้าเยอะ คนมีโอกาสตอบราคาพลาด ส่งที่อยู่ผิด หรือลืมตอบบางห้อง ซึ่งแต่ละครั้งแปลว่ากำไรหายหรือลูกค้าหาย
- การตอบช้าในช่วงที่แอดมินไม่ว่าง ตอบห้องหนึ่งอยู่ ห้องอื่นรอ ลูกค้าที่รอนานอาจเปลี่ยนใจ
- ความเสี่ยงพึ่งคนคนเดียว ถ้ามีแอดมินคนเดียวและเขาป่วยหรือลา แชทก็แทบหยุดทั้งร้าน
ต้นทุนแฝงของการใช้แชทบอท
- เวลาตั้งค่าตอนเริ่มต้น ต้องใส่สินค้า ราคา จุดขาย รูปหรือคลิป น้องขยันช่วยลดงานนี้โดยให้วางลิงก์ Shopee เพื่อดึงข้อมูลสินค้าได้
- การดูแลต่อเนื่อง เมื่อมีคำถามที่บอทยังไม่มีคำตอบ ร้านต้องเข้ามาเติม ซึ่งในระบบเรียกว่าสอนบอท กดปุ่มเดียวและสอนครั้งเดียวรู้ทุกเพจ แต่ก็ยังเป็นงานที่ต้องมีคนทำ
- ขีดจำกัดเรื่องที่ต้องใช้วิจารณญาณ บอทไม่ควรตัดสินเรื่องต่อรองหรือเรื่องลูกค้าไม่พอใจแทนเจ้าของ จึงยังต้องมีคนอยู่ข้างหลัง
- ความไว้ใจที่ต้องสร้าง เจ้าของร้านควรทดลองก่อนเปิดจริงว่าบอทตอบตรงใจแค่ไหน น้องขยันมีหน้าทดลองคุยกับบอทให้ลองก่อน
- ช่องทางที่รองรับมีจำกัด น้องขยันรองรับ Facebook Messenger และคอมเมนต์ใต้โพสต์ของเพจเท่านั้น ถ้าร้านรับลูกค้าจากช่องทางอื่นเป็นหลัก ต้องคิดเรื่องนี้ด้วย
เปรียบเทียบแอดมินกับแชทบอทใน 8 ด้าน
| หัวข้อ | แอดมินที่เป็นคน | แชทบอท |
|---|---|---|
| ความพร้อมให้บริการ | ตามเวลาทำงาน ครอบคลุมกลางคืนและวันหยุดต้องจ้างเพิ่มเป็นกะ | ตอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมวันหยุด |
| ความเร็วของคำตอบแรก | ขึ้นกับว่าแอดมินว่างหรือกำลังตอบห้องอื่น | ตอบทันทีที่ลูกค้าทักเข้ามา |
| ความสม่ำเสมอของราคา | ขึ้นกับความจำและความรอบคอบในแต่ละวัน | ราคาและยอดรวมคำนวณด้วยโปรแกรมจากข้อมูลร้าน |
| การต่อรองและเรื่องพิเศษ | ตัดสินใจเฉพาะหน้าได้ตามนโยบายร้าน | ยืนราคา ไม่ลดมั่ว ต้องให้คนเข้ามาตัดสินใจ |
| การรับมือลูกค้าไม่พอใจ | เข้าใจอารมณ์และเสนอทางออกได้ดี | ส่งต่อให้คน ไม่ควรตัดสินเอง |
| การเก็บข้อมูลสั่งซื้อ | อาจลืมขอบางอย่างเมื่อแชทเยอะ | ขอชื่อ ที่อยู่ เบอร์ ครบทุกครั้ง และบันทึกออเดอร์ให้ |
| การฝึกและการเปลี่ยนตัว | ต้องสอนคนใหม่ใหม่ทุกครั้งที่มีคนลาออก | สอนครั้งเดียว ความรู้อยู่ในระบบ ไม่หายไปกับคน |
| การขยายเมื่อแชทเพิ่ม | ต้องจ้างเพิ่มตามปริมาณงาน | รองรับแชทที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มคน แต่ต้องมีคนดูแลเรื่องที่บอทส่งต่อ |
ตารางนี้ไม่ได้ชี้ว่าฝั่งไหนชนะ แต่ชี้ว่าแต่ละฝั่งแข็งตรงไหน ซึ่งนำไปสู่คำตอบที่ไม่ใช่ขาวหรือดำ คือการแบ่งงานให้ถูกคน
คำแนะนำตามขนาดร้าน: 3 ระดับ
ขนาดร้านที่วัดจากจำนวนแชทต่อวัน เป็นตัวช่วยตัดสินใจที่ใช้ง่ายที่สุด นี่คือแนวทางกว้างๆ ไม่ใช่กฎตายตัว ปรับตามประเภทสินค้าและช่วงเวลาที่ลูกค้าทักได้
ระดับที่ 1: แชทวันละไม่กี่ราย
ถ้าแชทเข้าน้อย เจ้าของร้านหรือแอดมินคนเดียวตอบเองได้สบาย การจ้างคนเพิ่มยังไม่คุ้ม สิ่งที่ร้านระดับนี้มักขาดไม่ใช่กำลังคน แต่เป็นการตอบตอนไม่อยู่หน้าจอ เช่น ตอนกลางคืนหรือตอนไปรับของ ทางเลือกที่เหมาะคือให้เจ้าของร้านตอบเองเป็นหลัก แล้วเปิดบอทเป็นด่านแรกเพื่อไม่ให้ลูกค้าตกหล่นในช่วงที่ไม่อยู่ และลองใช้หน้าทดลองคุยดูก่อนว่าตอบตรงใจหรือไม่ ส่วนเรื่องงานคีย์ออเดอร์ที่เจ้าของทำเองอยู่ก็ลดได้ด้วย
ระดับที่ 2: แชทวันละหลายสิบราย
ช่วงนี้คือช่วงที่การตัดสินใจยากที่สุด เพราะภาระเริ่มเกินที่คนคนเดียวจะรับไหว แต่ยังไม่เยอะจนต้องมีทีมใหญ่ ร้านระดับนี้เหมาะกับโมเดลผสม คือให้บอทรับคำถามซ้ำๆ ตอบราคา ส่งรูปรีวิว ขอที่อยู่ และสร้างออเดอร์ ส่วนแอดมินหนึ่งคนเก็บงานที่ต้องใช้วิจารณญาณ ตรวจออเดอร์ที่ติดสถานะ และดูแลลูกค้าประจำ แทนที่จะจ้างคนที่สองมาตอบคำถามเดิมซ้ำ การจ้างจึงเปลี่ยนเป็นจ้างคนที่เก่งกว่าเดิมคนเดียว ไม่ใช่จ้างหลายคน
ระดับที่ 3: แชทวันละหลายร้อยราย
ที่ปริมาณนี้ ทั้งสองอย่างจำเป็น บอทช่วยรับแรงปะทะของคำถามซ้ำและกรองห้องที่ต้องใช้คนจริง แต่ก็ยังต้องมีทีมแอดมินดูแลห้องที่ส่งต่อ ตรวจที่อยู่ที่ไม่ครบ จัดการเคลม และตอบเรื่องต่อรอง จุดที่ต้องเตรียมคือระบบที่รองรับหลายคนพร้อมกัน น้องขยันให้ร้านสร้างบัญชีพนักงานแยกคนได้ ทุกคนเห็นแชทและออเดอร์ของร้านในหน้าเดียวกัน มีบันทึกว่าใครแก้ออเดอร์หรือติดแท็กอะไร และถ้าร้านมีหลายเพจ ก็รวมแชททุกเพจไว้หน้าเดียวได้ มี 5 เพจหรือ 50 เพจก็ดูจอเดียว อ่านเพิ่มได้ที่ รวมกล่องแชทหลายเพจ Facebook ไว้หน้าเดียว
โมเดลผสม: บอทตอบแรก แอดมินรับช่วงต่อ
โมเดลที่ร้านส่วนใหญ่ควรพิจารณา คือให้บอทเป็นด่านหน้า และให้คนเป็นด่านตัดสินใจ แบ่งงานคร่าวๆ ได้ดังนี้
- ลูกค้าทักเข้ามา บอทตอบทันที รู้ว่าลูกค้ากดมาจากโฆษณาตัวไหน และตอบตรงสินค้านั้น
- คำถามทั่วไป บอทตอบเรื่องราคา โปร ค่าส่ง ส่งรูป วิดีโอ รีวิว จากข้อมูลที่ร้านตั้งไว้
- ลูกค้าตกลงซื้อ บอทขอชื่อ ที่อยู่ เบอร์ คำนวณยอด และบันทึกออเดอร์
- เจอเรื่องที่บอทไม่ควรตัดสิน เช่น ต่อรอง เคลม หรือคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ บอทไม่เดา เก็บคำถามไว้ให้ร้านเติมคำตอบ และให้แอดมินเข้ามาดู
- แอดมินเข้ามาตอบเองได้ทุกเมื่อ เมื่อแอดมินเข้าตอบห้องไหน บอทหยุดตอบห้องนั้นให้ ไม่มีการตอบทับกัน
- หลังปิดการขาย แอดมินตรวจออเดอร์ที่ข้อมูลไม่ครบหรือเสี่ยงตีกลับ ดึงไฟล์ไปพิมพ์ใบปะหน้าขนส่ง แล้วนำเข้าเลขพัสดุกลับมา
ข้อดีของโมเดลนี้คือแต่ละฝ่ายทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด บอทรับงานที่ต้องเร็วและต้องซ้ำ ส่วนคนรับงานที่ต้องคิดและต้องใส่ใจ แอดมินที่เคยหมดแรงกับคำถามเดิมๆ จะมีเวลาให้กับลูกค้าที่ต้องการการดูแลจริง
เมื่อลูกค้าถามถึงสถานะพัสดุ บอทก็ทำงานในแบบที่ไม่เดา ถ้ามีเลขพัสดุในระบบ บอทตอบเลขให้ ถ้ายังไม่มี บอทแจ้งว่าส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ ไม่แต่งสถานะเอง
วิธีเริ่มแบบไม่เสี่ยง: ลองก่อน แล้วค่อยปรับจำนวนคน
ถ้ากำลังลังเลว่าจะจ้างคนหรือใช้บอทดี วิธีที่เสี่ยงน้อยที่สุดคือไม่ต้องตัดสินใจครั้งเดียวจบ ลองตามขั้นตอนนี้
- จดคำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดของร้าน ดูว่ามากกว่าครึ่งเป็นคำถามซ้ำหรือไม่ ถ้าใช่ แปลว่าบอทช่วยได้มาก
- ลองใช้หน้าทดลองคุยกับบอท ก่อนเปิดใช้จริง ลองถามเหมือนที่ลูกค้าถามจริง รวมถึงคำถามกำกวมและคำถามที่ร้านยังไม่เคยตั้งคำตอบ
- เปิดบอทคู่กับแอดมินเดิม โดยไม่ต้องปิดระบบเดิม ตั้งค่าและย้ายมาได้ภายใน 10 นาที จากนั้นดูว่าห้องแชทไหนที่แอดมินยังต้องเข้าไปแก้อยู่บ่อย แล้วเติมคำตอบเข้าระบบ
- ประเมินภาระงานของแอดมินหลังผ่านไปสักระยะ ถ้างานเบาลง ก็ไม่ต้องจ้างเพิ่ม หรือย้ายแอดมินไปทำงานอื่นที่สร้างยอดขายมากกว่า ถ้ายังหนัก ก็ดูว่าหนักเพราะเรื่องใด แล้วค่อยตัดสินใจจ้าง
- ตั้งกฎส่งต่อให้ชัด บอกแอดมินว่าเรื่องแบบไหนที่ต้องเข้าไปรับต่อทันที เช่น ต่อรอง เคลม หรือลูกค้าโกรธ เพื่อไม่ให้มีเรื่องสำคัญหลุด
เรื่องค่าใช้จ่ายของบอท น้องขยันไม่มีค่ารายเดือน (0 บาทต่อเดือน) ทุกเพจทุกฟีเจอร์ ไม่มีค่าแรกเข้า ไม่มีสัญญา ยกเลิกได้ทุกเมื่อ และถ้าส่งพัสดุกับน้องขยัน ค่าส่งถูกลงและไม่มีค่า AI ตอบแชท ทำให้ลองได้โดยไม่ต้องผูกมัด อ่านเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ แชทบอท Facebook สำหรับร้านค้า ใช้ฟรีได้จริงไหม ส่วนใครอยากรู้ว่าบอทแบบไหนเหมาะกับร้าน ลองอ่าน วิธีเลือกแชทบอทขายของ ประกอบ
ข้อควรระวังเวลาเลือกใช้บอทแทนแอดมิน
- อย่าให้บอทเดาราคา ราคาที่ผิดหนึ่งครั้งอาจกลายเป็นออเดอร์ขาดทุน เลือกระบบที่คำนวณราคาด้วยโปรแกรม ไม่ใช่ให้ AI บวกเลขเอง ดูแนวคิดเพิ่มเติมที่ ป้องกันแชทบอทแต่งราคาเอง
- อย่าปล่อยให้ไม่มีคนดูเลย แม้บอทจะตอบได้เยอะ แต่ห้องที่ส่งต่อให้คนยังต้องมีคนเข้าไปรับ ถ้าไม่มีใครดู ลูกค้าที่เจอคำถามยากจะค้างอยู่
- อย่าตั้งค่าครั้งเดียวแล้วทิ้ง สินค้า โปร และราคาเปลี่ยนได้ ต้องกลับมาอัปเดตข้อมูลให้ตรงกับของจริง
- อย่าลืมทดสอบก่อนเปิดจริง คำถามกำกวมและคำถามนอกเรื่องเป็นตัวบอกว่าระบบรับมือได้แค่ไหน
- เช็กช่องทางให้ตรงกับที่ลูกค้าอยู่ น้องขยันรองรับ Facebook Messenger และคอมเมนต์ใต้โพสต์ของเพจ ถ้าลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านอยู่ที่ช่องทางอื่น บอทตัวนี้จะไม่ครอบคลุม
เมื่อเปิดบอทแล้ว ควรวัดผลโฆษณาด้วยต้นทุนต่อออเดอร์ ไม่ใช่ดูแค่จำนวนแชท ซึ่งอธิบายไว้ใน วัดผลโฆษณาด้วยต้นทุนต่อออเดอร์
คำถามที่พบบ่อย
ใช้แชทบอทแล้วยังต้องมีแอดมินอยู่ไหม
โดยทั่วไปยังควรมี เพราะเรื่องต่อรอง เคลม และลูกค้าที่ไม่พอใจ ต้องการวิจารณญาณของคน แต่ปริมาณงานของแอดมินมักเปลี่ยนไป จากการตอบคำถามเดิมซ้ำๆ ทั้งวัน เป็นการดูเฉพาะห้องที่ต้องใช้คนจริงๆ ร้านเล็กที่เจ้าของตอบเองได้ อาจใช้บอทเป็นตัวช่วยตอนไม่อยู่หน้าจอ โดยไม่ต้องจ้างใครเลยก็ได้
ถ้าแอดมินเข้ามาตอบเอง บอทจะตอบซ้อนไหม
ไม่ซ้อน แอดมินเข้ามาตอบได้ทุกเมื่อ และเมื่อแอดมินเข้าตอบห้องไหน บอทจะหยุดตอบห้องนั้นให้ การทำงานร่วมกันจึงไม่ชนกัน
บอทจะลดราคาหรือตอบราคาผิดไหม
บอทยืนราคาตามที่ร้านตั้ง ไม่ลดราคามั่ว ราคา ยอดรวม และค่าส่งคำนวณด้วยโปรแกรมจากข้อมูลร้าน ถ้าข้อความที่มีราคาไม่ตรงกับระบบ ข้อความนั้นจะไม่ถูกส่ง ดังนั้นถ้าลูกค้าขอต่อรอง ต้องให้แอดมินเข้ามาตัดสินใจตามนโยบายของร้าน
ถ้าบอทไม่รู้คำตอบ จะเกิดอะไรขึ้น
บอทไม่เดา คำถามนั้นจะถูกเก็บไว้ให้ร้านมาเติมคำตอบ โดยกดปุ่ม "สอนบอท" ปุ่มเดียว สอนครั้งเดียวบอทรู้ทุกเพจ ครั้งต่อไปที่มีคนถามเรื่องเดียวกัน บอทก็ตอบได้เอง
ย้ายจากแอดมินล้วนมาใช้บอทยากไหม
ไม่ยาก ตั้งค่าโดยเชื่อมเพจ Facebook ซึ่งไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ ใส่สินค้า ราคา จุดขาย รูปหรือคลิป หรือวางลิงก์ Shopee ให้ดึงข้อมูลมา แล้วเปิดบอท ย้ายมาได้ภายใน 10 นาที และไม่ต้องปิดระบบเดิม จึงลองคู่กับแอดมินที่มีอยู่ก่อนได้
สรุปแล้ว คำถามไม่ใช่ว่าต้องเลือกคนหรือบอท แต่คือจะแบ่งงานให้ใครทำอะไรให้ลูกค้าได้คำตอบเร็ว ราคาถูกต้อง และไม่มีออเดอร์หลุดมือ ถ้าอยากลองให้บอทรับด่านหน้าในขณะที่แอดมินของคุณโฟกัสงานที่ต้องใช้คน สมัครใช้งานน้องขยัน ได้เลย ไม่มีค่ารายเดือน ไม่มีสัญญา หรือดูภาพรวมของระบบที่ หน้าแรกน้องขยัน ก่อนก็ได้