ร้านที่ขายผ่านแชท Facebook สังเกตได้ว่าคำถามที่ลูกค้าถามเข้ามาแทบเป็นชุดเดิมทุกวัน ถามราคา ถามค่าส่ง ถามว่าเก็บเงินปลายทางได้ไหม ถามว่ามีสีอื่นหรือเปล่า แล้วก็ตามด้วย "ยังอยู่ไหมคะ" เมื่อคำถามซ้ำกันขนาดนี้ สิ่งที่ร้านควรทำคือเตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้า ให้แอดมินทุกคนและบอทตอบออกมาเหมือนกัน บทความนี้รวบรวม คำถามที่ลูกค้าถามบ่อย แชท ขายของ แยกเป็นหมวด แต่ละหมวดบอกว่าลูกค้าอยากรู้อะไรจริงๆ คำตอบที่ดีต้องมีอะไร มีสคริปต์ตอบแชทขายของตัวอย่างสั้นๆ ภาษาสุภาพที่ปรับใช้ได้ และร้านต้องเตรียมข้อมูลอะไรไว้ในระบบ เพื่อให้คำตอบตรงทุกครั้ง ไม่ว่าคนตอบหรือบอทตอบ
ทำไมต้องเตรียมคำตอบไว้ก่อน ไม่ปล่อยให้ตอบตามอารมณ์
ถ้าร้านมีแอดมินคนเดียว การตอบแบบนึกได้ก็พิมพ์ไปอาจพอไหว แต่พอมีแอดมินสองสามคน หรือมีบอทช่วยตอบ ปัญหาจะเริ่มโผล่ คนหนึ่งบอกว่าส่งฟรีเมื่อซื้อครบตามเงื่อนไข อีกคนบอกว่าต้องเพิ่มค่าส่ง คนหนึ่งตอบว่าเก็บเงินปลายทางได้ อีกคนตอบว่าต้องโอนก่อน ลูกค้าที่เห็นคำตอบไม่ตรงกันจะเริ่มไม่แน่ใจร้าน และสุดท้ายคนที่ต้องมานั่งแก้สถานการณ์คือเจ้าของร้านเอง
ข้อดีคือคำตอบตรงกันทุกคน ตอบเร็วขึ้น และเห็นช่องโหว่ของข้อมูลร้านทันที (ลูกค้าที่รอนานมักหลุดไป อ่านต่อที่ แอดมินตอบช้า ขายหลุด) สำหรับร้านที่ใช้แชทบอท บอทตอบจากข้อมูลที่ร้านใส่ไว้เท่านั้น ถ้าข้อมูลไม่มี บอทไม่เดา
หมวดที่ 1: ลูกค้าถามราคาและโปรโมชัน
ลูกค้าอยากรู้จริงๆ: ราคาเท่าไหร่ มีโปรอะไรไหม ซื้อหลายชิ้นคุ้มกว่าหรือเปล่า และราคาที่เห็นในโฆษณาใช้ได้อยู่ไหม
คำตอบที่ดีต้องมี: ราคาของสินค้าตัวที่ลูกค้าถาม เงื่อนไขโปรให้ครบ ยอดรวมถ้าลูกค้าระบุจำนวนแล้ว และคำชวนต่อ เช่น ถามจำนวนที่ต้องการ
ตัวอย่างคำตอบสั้น:
"สวัสดีค่ะ [ชื่อสินค้า] ราคา [ราคา] บาทค่ะ ตอนนี้มีโปร [เงื่อนไขโปร] ถ้าสนใจรับกี่ชิ้นดีคะ เดี๋ยวสรุปยอดรวมให้ค่ะ"
ร้านต้องเตรียมในระบบ: ราคาต่อสินค้าแต่ละตัว ตารางโปรซื้อหลายชิ้น เงื่อนไขส่งฟรี (ถ้ามี) และวันที่โปรสิ้นสุด ถ้าสินค้าหนึ่งตัวมีหลายตัวเลือกที่ราคาต่างกัน ต้องระบุราคาแยกให้ชัด วิธีตั้งค่าราคาและค่าส่งในแชทบอทมีอธิบายละเอียดใน ตั้งราคาและค่าส่งในแชทบอท
ลูกค้าต่อราคาล่ะ: เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจเชิงธุรกิจของเจ้าของร้าน ไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยให้บอทหรือแอดมินใหม่ตัดสินเอง ร้านควรกำหนดนโยบายให้ชัดว่า ยืนราคา หรือมีกรณีไหนที่ลดได้ แล้วให้คนที่มีอำนาจเป็นผู้คุยเรื่องนี้ บอทของน้องขยันยืนราคา ไม่ลดราคามั่ว ถ้าลูกค้าอยากต่อรอง ห้องนั้นควรส่งให้แอดมินดูแลต่อ
หมวดที่ 2: ค่าส่งและระยะเวลาจัดส่ง
ลูกค้าอยากรู้จริงๆ: รวมค่าส่งแล้วจ่ายเท่าไหร่ ส่งไปที่ของฉันกี่วันถึง ส่งฟรีไหม
คำตอบที่ดีต้องมี: ค่าส่งที่คำนวณจากกฎของร้าน ยอดรวมสุทธิ เงื่อนไขส่งฟรี (ถ้ามี) และระยะเวลาโดยประมาณที่บอกว่าเป็นการประมาณการ ไม่ใช่การรับประกัน
ตัวอย่างคำตอบสั้น:
"ค่าส่งของออเดอร์นี้คือ [ค่าส่ง] บาท รวมยอดทั้งหมด [ยอดรวม] บาทค่ะ ส่งโดย [ชื่อขนส่ง] ใช้เวลาประมาณ [จำนวนวัน] วันทำการ นับจากวันที่ร้านจัดส่งค่ะ หากสะดวกขอชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรได้เลยนะคะ"
ร้านต้องเตรียมในระบบ: ตารางหรือกฎค่าส่ง (ตามน้ำหนัก จำนวนชิ้น หรือยอดซื้อ) เงื่อนไขส่งฟรี ชื่อขนส่งที่ใช้ ระยะเวลาประมาณการ และรอบตัดส่ง ค่าส่งและยอดรวมควรคำนวณด้วยโปรแกรมจากข้อมูลร้าน ไม่ใช่ให้คนหรือ AI บวกเลขเองกลางแชท
หมวดที่ 3: เก็บเงินปลายทาง (COD) หรือโอนเงิน
ลูกค้าอยากรู้จริงๆ: จ่ายได้ทางไหนบ้าง ปลอดภัยไหม ต้องโอนก่อนหรือเปล่า
คำตอบที่ดีต้องมี: ช่องทางชำระที่ร้านรับจริงบอกให้ครบ เงื่อนไขของ COD ก่อนสรุปยอด และถ้าโอนเงินต้องส่งเลขบัญชีที่ร้านบันทึกไว้จริงเท่านั้น พร้อมบอกวิธีแจ้งสลิป
ตัวอย่างคำตอบสั้น:
"ร้านรับชำระได้ทั้งเก็บเงินปลายทางและโอนเงินค่ะ ถ้าเลือกเก็บเงินปลายทาง ยอดที่ต้องเตรียมไว้ตอนรับของคือ [ยอดรวม] บาท ถ้าเลือกโอน จะส่งเลขบัญชีให้พร้อมสรุปยอดนะคะ แล้วแจ้งสลิปกลับมาในแชทนี้ได้เลยค่ะ"
ร้านต้องเตรียมในระบบ: ช่องทางที่รับ (COD, โอน หรือทั้งสองอย่าง) เงื่อนไขของ COD เลขบัญชีและชื่อบัญชีที่ถูกต้อง และขั้นตอนหลังโอน ข้อควรระวังของออเดอร์ COD คือที่อยู่ต้องครบและเบอร์ต้องติดต่อได้ เพราะออเดอร์ที่ตีกลับคือต้นทุนของร้านโดยตรง รายละเอียดการรับออเดอร์ COD จากแชทอยู่ใน ออเดอร์ COD จากแชท Facebook
หมวดที่ 4: สต็อก สี ไซซ์ และตัวเลือกสินค้า
ลูกค้าอยากรู้จริงๆ: มีสีที่ต้องการไหม ไซซ์นี้เหมาะกับฉันหรือเปล่า ของพร้อมส่งหรือต้องรอ คำถามกลุ่มนี้เป็นจุดที่ถ้าตอบผิด จะกลายเป็นของที่ส่งไปไม่ตรงความต้องการหรือเปลี่ยนคืนทีหลัง
คำตอบที่ดีต้องมี: รายการตัวเลือกทั้งหมดที่ร้านมี ตารางขนาด (ถ้าต้องวัดตัว) สถานะพร้อมส่งตามที่ร้านยืนยัน และถ้าลูกค้าถามกำกวมต้องถามกลับให้ชัดว่าหมายถึงสินค้าตัวไหน
ตัวอย่างคำตอบสั้น:
"[ชื่อสินค้า] มีให้เลือก [รายการสี/ไซซ์] ค่ะ ลูกค้าสนใจแบบไหนเป็นพิเศษไหมคะ ถ้าไม่แน่ใจเรื่องขนาด บอกส่วนสูงหรือขนาดที่ต้องการมาได้เลย เดี๋ยวช่วยแนะนำค่ะ"
ร้านต้องเตรียมในระบบ: รายการตัวเลือกของสินค้าแต่ละตัว ตารางขนาด และข้อมูลว่าตัวเลือกไหนพร้อมส่ง ส่วนเรื่องสต็อก ร้านต้องตัดสินใจเองว่าจะให้บอทยืนยันของมีหรือไม่มีด้วยข้อมูลอะไร เพราะถ้าร้านไม่ได้ใส่ข้อมูลนั้นไว้ บอทไม่ควรเดา และห้องนั้นควรส่งให้แอดมินเช็กของจริงก่อนตอบ เมื่อลูกค้าถามกำกวม AI ที่เข้าใจบริบทจะดูว่าลูกค้าหมายถึงสินค้าตัวไหน หากไม่แน่ใจจะถามกลับ แทนที่จะเลือกเอาเอง อ่านเพิ่มที่ บอทคีย์เวิร์ดกับแชทบอท AI ต่างกันอย่างไร
หมวดที่ 5: วิธีใช้งานและสเปกสินค้า
ลูกค้าอยากรู้จริงๆ: สินค้านี้ใช้ยังไง ใช้กับอะไรได้ วัสดุอะไร ขนาดเท่าไหร่ เหมาะกับคนแบบไหน
คำตอบที่ดีต้องมี: คำอธิบายสั้นๆ ตรงคำถาม จุดขายที่เกี่ยวกับสิ่งที่ถามเท่านั้น รูปหรือวิดีโอประกอบ และข้อควรระวังในการใช้ (ถ้ามี)
ตัวอย่างคำตอบสั้น:
"วิธีใช้คือ [ขั้นตอนสั้นๆ] ค่ะ สินค้ามีขนาด [ขนาด] วัสดุ [วัสดุ] เดี๋ยวส่งรูปและคลิปตัวอย่างการใช้งานให้ดูด้วยนะคะ"
ร้านต้องเตรียมในระบบ: ข้อมูลสินค้า จุดขาย สเปกสำคัญ รูป และคลิป ถ้าร้านนำสินค้ามาจาก Shopee ก็วางลิงก์ให้ระบบดึงข้อมูลเบื้องต้นมาได้ แล้วร้านค่อยตรวจและแก้ให้ตรงกับของจริงที่ขาย บอทที่ส่งรูป วิดีโอ และรีวิวในแชทได้เอง จะช่วยลดงานที่แอดมินต้องหาไฟล์ส่งทีละห้อง
หมวดที่ 6: รับประกัน คืนสินค้า และเคลม
หมวดนี้ต้องแยกให้ชัดว่ามีสองสถานการณ์ที่ต่างกันมาก
- ถามก่อนซื้อ: "มีรับประกันไหม" "คืนได้หรือเปล่า" เป็นคำถามนโยบาย ถ้าร้านเขียนนโยบายไว้แล้ว บอทตอบจากข้อมูลนั้นได้
- ทักมาหลังได้ของ: "ของเสีย" "ได้ของไม่ตรง" "อยากเคลม" เป็นเรื่องที่ต้องมีคนตรวจสอบ
ลูกค้าอยากรู้จริงๆ (ก่อนซื้อ): ถ้าสินค้ามีปัญหาจะเป็นยังไง ร้านรับผิดชอบแค่ไหน คำตอบที่ชัดช่วยลดความกังวลและเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อ
คำตอบที่ดีต้องมี: เงื่อนไขการรับประกันหรือคืนสินค้าตามที่ร้านกำหนดจริง ระยะเวลา สิ่งที่ลูกค้าต้องเตรียม เช่น รูปหรือคลิปตอนแกะกล่อง และช่องทางแจ้งเรื่อง อย่าเขียนสัญญาที่ร้านทำตามไม่ได้
ตัวอย่างคำตอบสั้น (ก่อนซื้อ):
"สินค้าของร้านมีเงื่อนไขการรับประกันและเปลี่ยนคืนตามนี้ค่ะ [สรุปนโยบายของร้าน] ถ้าได้รับของแล้วพบปัญหา แจ้งในแชทนี้พร้อมรูปหรือคลิปได้เลยนะคะ"
ตัวอย่างคำตอบสั้น (ลูกค้าแจ้งปัญหาหลังได้ของ):
"ขออภัยในความไม่สะดวกด้วยนะคะ รบกวนส่งรูปหรือคลิปสินค้าและเลขออเดอร์ ทางร้านจะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและติดต่อกลับโดยเร็วที่สุดค่ะ"
ร้านต้องเตรียมในระบบ: นโยบายรับประกัน คืน และเปลี่ยนสินค้าที่เขียนชัดเจน รวมถึงใครในร้านเป็นคนดูแลเรื่องเคลม ระบบของน้องขยันแยกลูกค้าที่ทักมาเคลมออกจากออเดอร์ใหม่ เพื่อไม่ให้เรื่องเคลมไปเปิดเป็นออเดอร์ซ้ำ และการตัดสินใจเรื่องเคลมควรเป็นของคนในร้านเสมอ บอทมีหน้าที่รับเรื่อง ขอรูป และส่งต่อ ไม่ใช่ตัดสินแทนร้านว่าจะชดเชยหรือไม่
หมวดที่ 7: ถามเลขพัสดุและสถานะการจัดส่ง
ลูกค้าอยากรู้จริงๆ: ของส่งหรือยัง ขอเลขพัสดุหน่อย ตอนนี้ของอยู่ไหน
คำตอบที่ดีต้องมี: เลขพัสดุและชื่อขนส่ง ถ้ามีในระบบ และบอกวิธีติดตามสถานะ ถ้ายังไม่มีเลข ต้องบอกตรงๆ ว่าอยู่ระหว่างเตรียมจัดส่งหรือกำลังตรวจสอบ ห้ามแต่งสถานะเอง เช่น บอกว่า "พัสดุถึงสาขาปลายทางแล้ว" ทั้งที่ไม่มีข้อมูลรองรับ
ตัวอย่างคำตอบสั้น (มีเลขพัสดุ):
"ออเดอร์ของคุณลูกค้าจัดส่งแล้วค่ะ เลขพัสดุ [เลขพัสดุ] ขนส่ง [ชื่อขนส่ง] ติดตามสถานะได้ตามเลขนี้เลยนะคะ"
ตัวอย่างคำตอบสั้น (ยังไม่มีเลข):
"ตอนนี้ยังไม่มีเลขพัสดุในระบบค่ะ ขอส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและแจ้งกลับให้นะคะ"
ร้านต้องเตรียมในระบบ: เลขพัสดุผูกกับออเดอร์แต่ละใบ ซึ่งในน้องขยันทำได้โดยนำเข้าเลขพัสดุกลับมาหลังพิมพ์ใบปะหน้า ออเดอร์จะเปลี่ยนเป็น "ส่งแล้ว" ให้เอง ถ้ามีเลขพัสดุในระบบ บอทตอบเลขให้ ถ้ายังไม่มี บอทแจ้งว่าส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ และไม่แต่งสถานะเอง ขั้นตอนตั้งแต่ออเดอร์จนถึงส่งของอ่านต่อได้ที่ จัดการออเดอร์จากแชทไปจนถึงส่งของ
หมวดที่ 8: "ยังอยู่ไหมคะ" และ "ตอบด้วยค่ะ"
ลูกค้าอยากรู้จริงๆ: มีคนอยู่ตรงนี้ไหม ร้านยังขายอยู่หรือเปล่า ถ้าส่งข้อความมาแล้วเงียบ ลูกค้ากำลังตัดสินใจว่าจะรอหรือไปร้านอื่น
คำตอบที่ดีต้องมี:
- ตอบรับทันที ขอโทษสั้นๆ ถ้าให้รอ แล้วถามต่อว่าลูกค้าสนใจอะไร
ตัวอย่างคำตอบสั้น:
"อยู่ค่ะ ขออภัยที่ให้รอนะคะ ลูกค้าสนใจสินค้าตัวไหน หรืออยากสอบถามเรื่องอะไร บอกได้เลยค่ะ เดี๋ยวช่วยดูให้"
ร้านต้องเตรียมในระบบ: ระบบตอบแชทที่ไม่ปล่อยให้คนรอ ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ร้านจำนวนมากหันมาใช้บอทช่วย ส่วนเมื่อลูกค้าเงียบไปหลังคุยกันแล้ว ระบบของน้องขยันทักตามอัตโนมัติอย่างสุภาพ ไม่เกิน 2–3 ครั้ง เว้นช่วงหลายชั่วโมง ไม่ส่งซ้ำรัว และแยกคนที่สั่งแล้วรอของออกจากคนที่ยังไม่ตัดสินใจ รายละเอียดอยู่ใน ทักตามลูกค้าที่เงียบหาย
ตารางสรุป: คำถาม → ข้อมูลที่ร้านต้องเตรียม → บอทตอบได้ไหม
ตารางนี้ใช้เป็นเช็กลิสต์ตอนตั้งค่าระบบ ช่วยให้เห็นว่าคำถามแต่ละแบบต้องมีข้อมูลอะไรอยู่หลังบ้าน และส่วนไหนควรเป็นหน้าที่ของคน
| คำถามของลูกค้า | ข้อมูลที่ร้านต้องเตรียม | บอทตอบได้ไหม |
|---|---|---|
| ราคาเท่าไหร่ / มีโปรไหม | ราคาต่อสินค้า ตารางโปรซื้อหลายชิ้น เงื่อนไขส่งฟรี | ตอบได้ ราคาและยอดรวมคำนวณจากข้อมูลร้าน |
| ต่อราคาได้ไหม | นโยบายของร้านว่ายืนราคาหรือมีกรณีลดได้ | บอทยืนราคา ไม่ลดเอง ส่งต่อแอดมินถ้าร้านต้องการเจรจา |
| ค่าส่งเท่าไหร่ / ส่งกี่วัน | กฎค่าส่ง ชื่อขนส่ง ระยะเวลาประมาณการ รอบตัดส่ง | ตอบได้ ค่าส่งคำนวณด้วยโปรแกรม |
| เก็บเงินปลายทางได้ไหม | ช่องทางชำระที่รับ เงื่อนไข COD | ตอบได้ตามที่ร้านตั้งไว้ |
| ขอเลขบัญชีโอนเงิน | เลขบัญชีและชื่อบัญชีที่ถูกต้อง | ตอบได้เฉพาะเลขที่ร้านบันทึกไว้ ไม่แต่งเลขเอง |
| มีสี/ไซซ์อื่นไหม ของพร้อมส่งไหม | รายการตัวเลือก ตารางขนาด สถานะพร้อมส่ง | ตอบได้เมื่อมีข้อมูล ถ้าไม่มีข้อมูลบอทไม่เดา ส่งให้แอดมินเช็ก |
| ใช้ยังไง / สเปกเป็นยังไง | ข้อมูลสินค้า จุดขาย รูป คลิป รีวิว | ตอบได้ และส่งรูป วิดีโอ รีวิวในแชทได้ |
| มีรับประกัน/คืนสินค้าไหม | นโยบายรับประกันและคืนสินค้าที่เขียนชัดเจน | ตอบได้ตามนโยบายที่ร้านใส่ไว้ ถ้าไม่มี บอทไม่เดา |
| ของมีปัญหา อยากเคลม | คนรับผิดชอบเรื่องเคลม ขั้นตอนและหลักฐานที่ต้องใช้ | บอทรับเรื่องและส่งต่อ แยกจากออเดอร์ใหม่ ให้คนตัดสิน |
| ขอเลขพัสดุ / ของถึงไหนแล้ว | เลขพัสดุผูกกับออเดอร์ | มีเลขในระบบ ตอบเลขให้ ยังไม่มี แจ้งว่าส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ ไม่แต่งสถานะ |
| ยังอยู่ไหม / ตอบด้วย | ข้อความทักทายและคำถามชวนคุยต่อ | ตอบได้ทันที และแอดมินเข้ามาตอบเองได้ทุกเมื่อ |
อะไรที่บอทตอบเองได้ อะไรต้องให้คนดูแล
แบ่งง่ายๆ ได้ว่า คำถามที่มีคำตอบเดียวและเป็นข้อเท็จจริงของร้าน บอทตอบได้ เช่น ราคา โปร ค่าส่ง ช่องทางชำระเงิน ตัวเลือกสินค้า วิธีใช้ และนโยบายที่เขียนไว้แล้ว ส่วนคำถามที่ต้องใช้ดุลยพินิจ ความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือการตัดสินใจที่มีผลต่อเงินของร้าน ควรให้คนดูแล
ตอบได้: ราคา โปร ยอดรวม ค่าส่ง ช่องทางชำระเงิน ตัวเลือกสินค้า วิธีใช้ นโยบายที่เขียนไว้ และเลขพัสดุที่มีในระบบ ส่งให้คน: เคลม การต่อรอง ลูกค้าไม่พอใจ สถานะพัสดุที่ยังไม่มีข้อมูล และคำถามที่ร้านยังไม่เคยตั้งคำตอบ
แอดมินเข้ามาตอบเองได้ทุกเมื่อ และเมื่อแอดมินเข้าตอบห้องไหน บอทหยุดตอบห้องนั้นให้ คนกับบอทจึงไม่ตอบชนกัน (เทียบต้นทุนได้ใน จ้างแอดมิน vs แชทบอท)
สามอย่างที่บอทไม่ควรแต่งเองเด็ดขาด
ในร้านออนไลน์ มีสามเรื่องที่ตอบผิดแล้วเสียหายทันที จึงเป็นกฎเหล็กที่ควรตรวจก่อนเลือกใช้แชทบอทตัวไหนก็ตาม
- ราคา: บอทต้องไม่แต่งราคาหรือลดราคาเอง ราคา ยอดรวม และค่าส่งของน้องขยันคำนวณด้วยโปรแกรมจากข้อมูลร้าน ข้อความที่มีราคาไม่ตรงกับระบบจะไม่ถูกส่งออกไปหาลูกค้า อ่านวิธีป้องกันใน ป้องกันแชทบอทแต่งราคา
- เลขบัญชีโอนเงิน: บอทต้องไม่แต่งเลขบัญชี ส่งได้เฉพาะเลขที่ร้านบันทึกไว้ เพราะเลขบัญชีผิดหนึ่งตัวคือเงินลูกค้าไปผิดที่
- สถานะพัสดุ: ถ้าไม่มีข้อมูลเลขพัสดุ บอทต้องไม่เดาว่าของอยู่ที่ไหน ต้องแจ้งตรงๆ แล้วส่งให้เจ้าหน้าที่
หลักคิดคือ ไม่มีข้อมูล ก็ไม่เดา แล้วเก็บคำถามนั้นไว้ให้ร้านเติมคำตอบ ร้านที่เจอคำถามใหม่ที่บอทตอบไม่ได้ กด "สอนบอท" ได้ในปุ่มเดียว สอนครั้งเดียวบอทก็รู้ทุกเพจ ทำให้ชุดคำตอบของร้านค่อยๆ ครบขึ้นเอง
เตรียมชุดคำตอบให้บอทและแอดมินตอบตรงกัน
เริ่มจากจดคำถามจริงจากแชทย้อนหลัง ตัดสินนโยบายที่ยังไม่ชัด (คืนสินค้า รับ COD) ใส่ข้อมูลสินค้าให้ครบ แล้วลองคุยกับบอทในหน้าทดลองก่อนเปิดใช้จริง ถามตามตารางข้างบนทีละข้อ ทั้งแบบพิมพ์ผิดและแบบกำกวม วิธีทดสอบเรื่องราคามีใน ทดสอบความแม่นยำของราคาในแชทบอท พอเปิดใช้ ทุกคำถามที่บอทตอบไม่ได้คือโอกาสเติมคำตอบ ชุดคำตอบจะครบขึ้นเรื่อยๆ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องเขียนสคริปต์ตอบแชททุกคำถามไว้ก่อนเปิดใช้บอทไหม
ไม่จำเป็นต้องครบตั้งแต่วันแรก เริ่มจากข้อมูลหลัก คือ สินค้า ราคา โปร ค่าส่ง และช่องทางชำระเงิน ซึ่งครอบคลุมคำถามส่วนใหญ่ แล้วใช้หน้าทดลองคุยทดสอบ ส่วนคำถามที่บอทตอบไม่ได้ ระบบจะเก็บไว้ให้ร้านเติมคำตอบทีหลัง ไม่ต้องเดาล่วงหน้าทุกข้อ
ถ้าลูกค้าถามเรื่องที่ร้านไม่เคยตั้งคำตอบไว้ บอทจะทำอย่างไร
บอทไม่เดา คำถามนั้นจะถูกเก็บไว้ให้ร้านเติมคำตอบ และห้องแชทนั้นแอดมินเข้ามาตอบแทนได้ทุกเมื่อ เมื่อแอดมินเข้าตอบห้องไหน บอทก็หยุดตอบห้องนั้น ข้อดีคือลูกค้าไม่ได้ข้อมูลที่ผิด และร้านรู้ว่าต้องเตรียมคำตอบเรื่องอะไรเพิ่ม
บอทตอบเรื่องเคลมสินค้าได้ไหม
บอทรับเรื่องเบื้องต้นได้ เช่น ขอบคุณที่แจ้ง ขอรูปหรือเลขออเดอร์ แล้วส่งต่อให้คน แต่การตัดสินใจเรื่องเคลมหรือชดเชยควรเป็นของร้าน ระบบของน้องขยันแยกลูกค้าที่ทักมาเคลมออกจากออเดอร์ใหม่ ไม่เปิดใบสั่งซื้อซ้ำให้เข้าใจผิด
ทำไมลูกค้าถามเลขพัสดุแล้วบอทบอกว่าให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
เพราะตอนนั้นยังไม่มีเลขพัสดุของออเดอร์นั้นในระบบ บอทจึงไม่แต่งสถานะขึ้นมาเอง การบอกว่าส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ซื่อตรงกว่าการเดา เมื่อร้านนำเข้าเลขพัสดุกลับมาแล้ว บอทจะตอบเลขให้ลูกค้าได้
ถ้าอยากให้ชุดคำตอบที่เตรียมไว้ถูกใช้ได้ทั้งเพจโดยไม่ต้องนั่งตอบซ้ำทุกวัน ลองให้ น้องขยัน ช่วยตอบแชทและคอมเมนต์ใน Facebook Messenger ไม่มีค่ารายเดือน ไม่มีค่าแรกเข้า ไม่มีสัญญา ยกเลิกได้ทุกเมื่อ เชื่อมเพจ ใส่ข้อมูลสินค้า แล้วทดลองคุยกับบอทดูก่อนเปิดใช้จริง สมัครใช้งานได้ที่นี่